แปรงฟันแห้ง ดีกว่าแปรงฟันธรรมดาหรือไม่ และแบบไหนจะสะอาดกว่ากัน ?

แปรงฟันแห้ง คนส่วนใหญ่มักจะล้างทำความสะอาดหัวแปรงด้วยวิธีจุ่มลงในแก้วน้ำ เล่นบาคาร่าได้เงินจริง หรือไม่ก็เปิดก๊อกให้น้ำไหลผ่านขนแปรงจนเปียกชุ่มก่อนบีบยาสีฟัน แล้วค่อยบ้วนปากร่วมกับกลั้วคออีกครั้งหลังแปรงฟันเสร็จ เพราะเข้าใจว่าฟองฟูฟ่องสีขาวที่เกิดขึ้นระหว่างแปรงเป็นสิ่งแปลกปลอมจากสารเคมีในยาสีฟัน ด้วยความกลัวว่าจะส่งผลร้ายกับร่างกายถ้าเผลอกลืนเข้าไป หลายคนจึงรู้สึกสบายใจมากกว่าหากได้ล้างปากและฟันให้สะอาดหมดจดจนไม่มีฟองของยาสีฟันหลงเหลืออยู่

แต่ในความเป็นจริง วิธี ‘แปรงฟันเปียก’ เช่นนี้ที่หลายคนทำทุกวันด้วยความคุ้นชิน กลับเป็นวิธีที่ทันตแพทย์ไม่แนะนำ เพราะปริมาณน้ำจำนวนมากที่ใช้บ้วนปากทั้งก่อนและหลังแปรงฟัน ไม่ได้ชะล้างแค่สิ่งสกปรกที่ติดอยู่ตามซอกฟันอย่างพวกเศษอาหารและคราบจุลินทรีย์ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของฟันผุเท่านั้น แต่ยังเจือจางสารฟลูออไรด์ให้หลุดร่อนออกไปจากผิวฝันได้ด้วย

  • บ้วนน้ำหลังแปรงฟัน 1 ครั้ง ทำให้ปริมาณฟลูออไรด์ลดลง 1-2 เท่า
  • บ้วนน้ำหลังแปรงฟัน 2 ครั้ง ทำให้ปริมาณฟลูออไรด์ลดลง 4-5 เท่า
  • ดื่มน้ำหรือกินอาหารหลังแปรงฟัน ทำให้ปริมาณฟลูออไรด์ลดลง 12-15 เท่า

หมายความว่าการแปรงฟันเปียกยิ่งสร้างความเสี่ยงทำให้ฟันผุ เพราะสารฟลูออไรด์ในยาสีฟันที่ควรจะเคลือบผิวฟันเพื่อทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันฟันจากคราบจุลินทรีย์ กลับถูกน้ำบ้วนปากหลังแปรงฟันล้างออกไปจนหมด เท่ากับว่ายิ่งบ้วนน้ำเยอะมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งล้วงสารฟลูออไรด์ออกจากผิวฟัน จึงมีโอกาสเกิดฟันผุมากเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ทันตแพทย์จึงแนะนำให้ทุกคนหันมา ‘แปรงฟันแห้ง’ แทน เพื่อรักษาสุขภาพในช่องปากและฟันให้แข็งแรงอย่างที่ควรจะเป็น

วิธีการนี้ หลายคนอาจจะสงสัยว่า คราบยาสีฟันที่หลงเหลืออยู่ เว็บ พนัน ไม่ได้บ้วนทิ้งจะเป็นอันตรายหรือไม่ ขอตอบว่า “ฟลูออไรด์” เมื่อใช้ในปริมาณที่เหมาะสม จะไม่เป็นอันตราย ส่วน “สารลดแรงตึงผิว” (Sodium Lauryl Sulfate,SLS) ที่ผสมในยาสีฟันนั้น มีปริมาณน้อยมาก จนไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายแต่อย่างใด

ข้อดีของการ แปรงฟันแห้ง

  1. มีประสิทธิภาพในการป้องกันฟันผุที่ดีกว่าการบ้วนน้ำหลังการแปรงฟัน เพราะฟลูออไรด์ในยาสีฟันจะคงค้างอยู่ในปากนานขึ้น ทำให้เกาะยึดตามผิวฟันได้มากกว่า จึงทำหน้าที่ป้องกันฟันผุได้ยาวนานขึ้น
  2. หลังการแปรงฟัน ฟลูออไรด์ในยาสีฟันจะมีความเข้มข้นมากในช่วงครึ่งชั่วโมงแรก ซึ่งฟลูออไรด์ที่ค้างอยู่ในช่วงนี้จะมีประโยชน์มากในการช่วยซ่อมแซมผิวฟัน จึงเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันฟันผุได้ดี

การแปรงฟันทุกรูปแบบควรทำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง คือหลังอาหารเช้าและก่อนนอน และควรแปรงให้ได้ครั้งละไม่น้อยกว่า 2 นาที ในขณะแปรงควรขจัดเศษอาหารและคราบสกปรกตามซอกฟันออกไปให้หมด และอาจเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลฟันด้วยการใช้ไหมขัดฟันก่อนการแปรงฟัน เพื่อช่วยเปิดผิวฟันให้ฟลูออไรด์จากยาสีฟันเข้าไปทำหน้าที่ซ่อมแซมผิวฟันในขณะแปรงฟันแบบแห้งได้ดียิ่งขึ้น

วิธีแปรงฟันแห้ง

  1. ก่อนเริ่มแปรงฟัน ให้กำจัดเศษอาหารที่อาจติดอยู่ตามซอกฟันด้วยไหมขัดฟัน แล้วบ้วนน้ำทิ้งหลายๆ รอบจนแน่ใจว่าไม่มีเศษอาหารติดค้างอยู่ในช่องปาก
  2. บีบยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ลงบนหัวแปรงที่แห้งสนิท โดยไม่ต้องจุ่มน้ำให้เปียกชุ่ม หากต้องการทำความสะอาดขนแปรง สามารถทำได้ แต่ต้องสะบัดน้ำออกหลังทำความสะอาดเสร็จจนขนแปรงแห้ง แล้วค่อยบีบยาสีฟัน ไม่อย่างนั้น น้ำที่หลงเหลืออยู่จะทำให้เกิดฟองเต็มปากขณะแปรงฟัน
  3. แปรงฟันให้สะอาด เป็นเวลานาน 2 นาที และแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 รอบ คือ หลังตื่นนอนและก่อนเข้านอน
  4. เมื่อแปรงฟันเสร็จแล้ว ไม่ต้องบ้วนน้ำตาม ให้ถุยหรือถ่มน้ำลายเพื่อเอาฟองยาสีฟันออกแทน
  5. หลังแปรงฟัน ให้งดน้ำและอาหารอย่างน้อย 30 นาที ช่วยให้ฟลูออไรด์เคลือบผิวฟันได้ดีขึ้น เพื่อทำหน้าที่ปกป้องฟันจากคราบจุลินทรีย์ที่เกิดขึ้นระหว่างวันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
Scroll to Top